Black Ribbon

บทความที่น่าสนใจ

บทความจากทีมงานและแหล่งข้อมูลภายนอก

เมื่อวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีทั่วโลก ยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้น กฟผ. ก็ไม่หยุดศึกษา คิดค้น และพัฒนาเพื่อก้าวให้ทันกับความก้าวหน้า ด้านเทคโนโลยีของนานาประเทศ โดยเฉพาะ เทคโนโลยีที่จะช่วยให้การดำเนินงานผลิตไฟฟ้า ของ กฟผ. มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน กฟผ. ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงานโรงไฟฟ้าหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทันสมัยที่สุดอย่างระบบเผาไหม้เทคโนโลยี Ultra supercritical รวมถึงเทคโนโลยีการจัดการมลสาร ได้แก่ เครื่องดักจับก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน อุปกรณ์ดักจับไอปรอทแบบฉีดผงถ่านกัมมันต์ อุปกรณ์ดักจับแบบไฟฟ้าสถิตและเครื่องดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์แบบเปียกซึ่งส่งผลให้ผลการตรวจวัดคุณภาพรอบโรงไฟฟ้า ของ กฟผ. อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ากฎหมายกำหนด

แต่วันนี้คุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าของ กฟผ.จะดียิ่งขึ้น เพราะ กฟผ. พร้อมเปิดตัวเทคโนโลยีที่จะมาช่วยเฝ้าระวังคุณภาพอากาศรอบโรงไฟฟ้า เรียกว่า “ระบบการคาดการณ์ข้อมูลลมในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้ากฟผ. ล่วงหน้าโดย กฟผ. ถือเป็นหน่วยงานแรกในวงการอุตสาหกรรมพลังงานที่สามารถพัฒนาระบบนี้ได้สำเร็จและนำมาใช้งานจริง

ระบบการคาดการณ์ข้อมูลลมในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า กฟผ. ล่วงหน้าเกิดขึ้นโดยความคิดริเริ่ม ของ ดร.รัดเกล้า พันธุ์อร่าม นักวิทยาศาสตร์ระดับ ๙ กองวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ และทีมงานช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานจนสำเร็จ และกลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ กฟผ.เพราะระบบดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้การทำงานของ กฟผ. มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม 

จุดเริ่มต้นการดำเนินงาน 


นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า (รวพฟ.) ผู้สนับสนุนหลักในการวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า แม้ว่า กฟผ. ได้ติดตั้งอุปกรณ์กำจัดมลสาร ในทุกโรงไฟฟ้าของ กฟผ. แล้วก็ตาม แต่ในเรื่องการดูแลคุณภาพอากาศในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ต้องทำงานเชิงรุก โดยมุ่งทำงานเพื่อหาทาง ป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้น ด้วยเหตุผลที่รู้กันว่ามลสารที่ระบายออกจากปล่องของโรงไฟฟ้าจะถูกพัดพาไปยังที่ต่าง ๆ ด้วยลม แล้วจะเกิดการสะสมตัวของมลสารในที่ต่าง ๆ หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย การที่สามารถคาดการณ์ข้อมูลลมและสภาพอากาศในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าได้ล่วงหน้าจะทำให้สามารถคิดหาวิธีป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนได้ ตอนนี้ยังมีเพียงข้อมูลตามหลังจากข้อมูลตรวจวัดของสถานีตรวจวัดต่าง ๆ ซึ่งสำหรับกฟผ. คิดว่าไม่พอเพียงแล้ว เราต้องคาดการณ์ไปข้างหน้าให้ได้ด้วย จึงจะทำให้เราทำงานในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น ยิ่งตอนนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเกิดอย่างรวดเร็ว กฟผ. เองก็ต้องเตรียมการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่จะส่งผลต่อการทำงานของ กฟผ.การคาดการณ์ข้อมูลลมในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าล่วงหน้าจะส่งผลให้เกิดประโยชน์หลายอย่าง อย่างแรกที่สำคัญคือชุมชนรอบโรงไฟฟ้าจะสามารถคลายความกังวลได้มากขึ้น จากการที่ กฟผ. มีระบบในการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศเพิ่มเติมจากมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ในส่วนโรงไฟฟ้าสามารถเดินเครื่องได้อย่างเต็มที่ และทำให้การวางแผนการเดินเครื่องและแผนการบำรุงรักษาเครื่องกำจัดมลสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ทางด้านอื่น ๆ ได้อีก อาทิ ประยุกต์ไปใช้ในการประเมินศักยภาพพลังงานลม การประเมินศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ การคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มีความสัมพันธ์กับสภาพอุณหภูมิ เป็นต้น

สำหรับการดำเนินงานติดตั้งและใช้งานจริง ขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จใน ๒ พื้นที่คือ พื้นที่รอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กับพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าบางปะกง ส่วนที่ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบคือ พื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ กับพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เป็นการเตรียมการล่วงหน้าก่อนที่โรงไฟฟ้าจะเกิด ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไรประชาชน จะได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลด้วยอย่างแน่นอนเพราะในพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ การคาดการณ์ข้อมูลลมครอบคลุมพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย หรือโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา การคาดการณ์ข้อมูลลมครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่เป็นทะเลเปิดด้วย เพราะ กฟผ. จะสามารถแจ้งเตือนประชาชนหรือนักท่องเที่ยวว่าช่วงใดจะมีลมแรง หรือมีพายุ นักท่องเที่ยวและชาวบ้านไม่ควรออกเรือ รวมถึงเรือขนส่งถ่านหินอาจงดเดินเรือในช่วงเวลาที่มีพายุ สามารถลดความเสียหายและอันตรายจากเรืออับปางได้ 

วิธีการคาดการณ์ข้อมูลลมในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า 

ดร.รัดเกล้า พันธุ์อร่าม กล่าวว่า ในการทำงานพัฒนาระบบการคาดการณ์ข้อมูลลม กฟผ. ได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก Prof. Dr. Meigen Zhang นักวิทยาศาสตร์จาก Institute of Atmospheric Physics ของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences) ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เคยมีผลงานในการคาดการณ์คุณภาพอากาศของกรุงปักกิ่งในช่วงโอลิมปิก ๒๐๐๘ และมีผลงานวิชาการอื่นอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีนักวิจัยจากสถาบันการศึกษาในไทยอย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ร่วมงานด้วย และที่สำคัญในการที่จะ download ข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ในการคำนวณ กฟผ. ได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดีในการให้ใช้ระบบเครือข่ายเพื่องานวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) 

สำหรับวิธีการคาดการณ์ข้อมูลลม กฟผ.ใช้เครื่องคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (High Performance Cluster Computer) ในการคำนวณและคาดการณ์ข้อมูลลมผ่านแบบจำลองที่ชื่อว่า RAMS หรือ Regional Atmospheric Modeling System โดยแบบจำลองดังกล่าวถูกคิดค้นโดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัฐโคโลราโด ดังนั้น เมื่อนำมาใช้งานจึงต้องมีการปรับดัชนีต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับพื้นที่ที่ต้องการใช้งานส่วนข้อมูลที่ต้องนำเข้าระบบเพื่อใช้ในการคำนวณ ประกอบด้วย ข้อมูลความเร็วลม ทิศทางลม อุณหภูมิ ความชื้น อุณหภูมิผิวน้ำทะเล ข้อมูลการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ดิน ความเข้มของแสงอาทิตย์ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ต้องอาศัยข้อมูลจากต่างประเทศ เมื่อการคำนวณแล้วเสร็จจะนำผลมาเปรียบเทียบกับสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในหมู่บ้านรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จำนวน ๑๐ สถานี และรอบโรงไฟฟ้าบางปะกงอีก ๓ สถานี เพื่อเปรียบเทียบผลว่ามีความใกล้เคียงกันหรือไม่ หากผลมีความใกล้เคียงหรือเหมือนกันแปลว่าผลดังกล่าวมีความถูกต้อง

ในการทำงานเราใช้เวลาในการพัฒนาระบบเกือบ ๒ ปีเต็ม โดยช่วงเริ่มต้นสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ประมาณ ๓ วัน แต่จากการพัฒนาและบริหารจัดการเครื่องคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงที่มีอยู่ ในปัจจุบัน สามารถคาดการณ์ไปล่วงหน้าได้ประมาณ ๗ วัน ซึ่งโดยทั่วไปผลการคาดการณ์ในวันที่ใกล้ ๆ จะให้ผลที่ถูกต้องแม่นยำสูงกว่าในวันที่ไกลออกไปโดยมีผลการคาดการณ์อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ในระดับสากล คือมีความแม่นยำถึงร้อยละ ๘๐ ซึ่งถือว่าผลการคาดการณ์มีความน่าเชื่อถือได้มากโดยในเร็ว ๆ นี้ ระบบการคาดการณ์ข้อมูลจะเผยแพร่ทางเว็ปไซต์ aether.egat.co.th ให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลและดูภาพแสดงการพัดพาและทิศทางของลมได้” ดร. รัดเกล้า กล่าว

แผนงานในอนาคต

รวพฟ. กล่าวว่า เราจะดำเนินการติดตั้งระบบฯ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่โรงไฟฟ้าของ กฟผ.และขยายผลนำไปใช้งานกับการพัฒนาแหล่งพลังงานทดแทนอย่างพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ต่อไป นอกจากนี้ รวพฟ. ได้ให้นโยบายตั้งแต่แรกในการสนับสนุนให้ดำเนินงานว่า การคาดการณ์ข้อมูลลมในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ถือเป็นก้าวแรก หลังจากที่ทำการพัฒนาระบบนี้สำเร็จ ก้าวต่อไป คือ การคาดการณ์ระดับความเข้มข้นของมลสารต่างๆ ในอากาศรอบพื้นที่โรงไฟฟ้า ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างประเทศญี่ปุ่นได้มีการพัฒนาระบบการคาดการณ์ขึ้นมาใช้งานเพื่อดูแลป้องกันและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ยกตัวอย่างระบบที่ชื่อว่า SPEEDI (System for Prediction of Environmental Emergency Dose Information) ที่ใช้ในการคาดการณ์ระดับความเข้มข้นของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งเราจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้ กฟผ. มีระบบที่เทียบเคียงในระดับสากล โดยระบบคาดการณ์ข้อมูลลมถือเป็นก้าวแรก เพราะการคาดการณ์ระดับความเข้มข้นต้องอาศัยข้อมูลผลการคาดการณ์ลมและสภาพอุตุนิยมวิทยาในพื้นที่ไปประกอบการคำนวณ แต่เป็นก้าวที่ไกลถึงครึ่งทางแล้ว ด้วยศักยภาพของกฟผ. คาดว่าอีกไม่นานจะสำเร็จแน่นอน

ดร.รัดเกล้า ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นในขั้นตอนนี้ มาจากการผลักดันอย่างมีวิสัยทัศน์ของ รวพฟ. ที่ต้องการให้ กฟผ. มีการพัฒนาเทคโนโลยีใช้งานเอง รวมทั้งให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจในบุคลากรของ กฟผ. ผลงานชิ้นนี้จึงปรากฏขึ้น กฟผ. มักถูกสังคมกล่าวหาอยู่เสมอว่าเป็นหน่วยงานที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งที่ กฟผ. จะต้องทำคือการดำเนินงานให้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ว่า กฟผ. ใส่ใจดูแลสังคมชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ในวันนี้อยากให้สังคมได้เห็นว่า กฟผ. ไม่หยุดนิ่ง ยังคงพัฒนา และคิดค้นเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการดำเนินงานเพื่อให้ชุมชนเชื่อมั่นที่มี กฟผ. เป็นเพื่อนบ้านและมิตรแท้ที่จริงใจในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

ที่มา: EGAT News ฉบับที่ ๒๒๕ ปักษ์ที่ ๑ เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙